เปรียบเทียบ พอตกับบุหรี่ไฟฟ้า อันไหนอันตรายกว่า

พอตกับบุหรี่ไฟฟ้า อันไหนอันตรายกว่า

      พอตกับบุหรี่ไฟฟ้า อันไหนอันตรายกว่า ในยุคปัจจุบัน บุหรี่ไฟฟ้าและพอต (JUUL หรือสิ่งที่มักเรียกว่า “vaping pods”) ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่วัยรุ่นและผู้ใหญ่ ขณะที่บางคนมองว่าเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการสูบบุหรี่ดั้งเดิม อื่น ๆ อาจยังคงสงสัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของสองสิ่งนี้ ดังนั้นพอตกับบุหรี่ไฟฟ้า อันไหนที่อันตรายกว่ากัน?

1. พอตกับบุหรี่ไฟฟ้า อันไหนอันตรายกว่า ส่วนประกอบและสารเคมี:

  • บุหรี่ไฟฟ้า: มีน้ำยาที่มักประกอบด้วยนิโคติน, ไกลเซอริน, โปรพิลีนไกลคอล และรสชาติที่เติมเข้าไป
  • พอต: ส่วนใหญ่จะมีส่วนประกอบที่คล้ายกับบุหรี่ไฟฟ้า แต่มักจะมีปริมาณนิโคตินที่สูงกว่า

2. พอตกับบุหรี่ไฟฟ้า อันไหนอันตรายกว่า ความเสี่ยงที่เกี่ยวกับนิโคติน:

  • บุหรี่ไฟฟ้า: มีปริมาณนิโคตินที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่น
  • พอต: มักจะมีปริมาณนิโคตินที่สูง ซึ่งสามารถเป็นเหตุให้เกิดการเสพติดได้

3. พอตกับบุหรี่ไฟฟ้า อันไหนอันตรายกว่า ความเสี่ยงจากการใช้งาน:

  • บุหรี่ไฟฟ้า: มีความเสี่ยงจากการระเบิดของแบตเตอรี่และการเป็นพิษจากน้ำยา
  • พอต: ความเสี่ยงคล้ายกับบุหรี่ไฟฟ้า แต่ยังมีความเสี่ยงจากการเสพติดนิโคตินที่สูงกว่า

ทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและพอตมีความเสี่ยงที่แตกต่างกันและมีปัญหาเสพติดนิโคตินเป็นส่วนหนึ่ง แต่เมื่อพิจารณาจากปริมาณนิโคตินและความเสี่ยงจากการเสพติด, พอตอาจจะมีความอันตรายที่สูงกว่าบุหรี่ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้สินค้าเหล่านี้ควรพิจารณาอย่างรอบคอบและได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

ปลอดภัยจริงหรือไม่ สูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้วเสี่ยงภัยอะไรหรือเปล่า?

หากเทียบกันตรงๆ แล้ว บุหรี่ไฟฟ้านั้นอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดาจริง เพราะบุหรี่ธรรมดานอกจากนิโคตินที่ทำให้ติดแล้ว ยังมีสารอื่นๆ อยู่อีกมากถึง 7,357 ชนิด ซึ่งจากสารทั้งหมดนั้นมีอยู่อย่างน้อย 70 ชนิดที่เป็นสาเหตุสามารถก่อให้เกิดมะเร็งได้แน่นอน แต่สำหรับในบุหรี่ไฟฟ้าก็ใช่ว่าจะไม่มีอันตรายเลยเพราะก็ประกอบด้วยสารระเหยอื่นๆ เช่นกัน แต่ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลวิจัยออกมาที่แน่ชัดเหมือนกับบุหรี่ธรรมดาว่าสารใดเป็นอันตรายแค่ไหนอย่างไร

 แต่ทั้งนี้ “ควันก็คือควัน” การสูบบุหรี่ไฟฟ้าคือการสูดควันเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งไม่ว่าจะมาจากสารใดก็ตาม ควันคือสิ่งแปลกปลอม สิ่งผิดปกติ ดังนั้นเมื่อสูบเข้าไปในร่างกาย ย่อมอนุมานได้ว่าไม่ดีแน่ๆ ยิ่งถ้าสูบเข้าไปในปริมาณมากๆ นานๆ ก็จะยิ่งมีโอกาสเกิดอันตรายได้ หรือบางคนแม้จะสูบน้อย แต่ก็เป็นอันตรายได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับระบบร่างกายของแต่ละคนในการตอบสนองต่อสารนั้นๆ

ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ เหมือนกับคนที่ดื่มเหล้าแก้วเดียวแล้วเมา กับบางคนดื่มเหล้าเป็นสิบๆ แก้วยังไม่เมา นั่นทำให้เห็นว่า สูบมากสูบน้อยก็เป็นอันตรายได้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน หรือในกรณีที่หลายคนแย้งว่าในบุหรี่ไฟฟ้านั้นมีนิโคตินน้อยกว่า ไม่เป็นอันตรายเท่ากับบุหรี่ ประเด็นนี้ก็ไม่ถือว่าผิด แต่ถึงแม้บุหรี่ไฟฟ้าจะมีนิโคตินน้อยกว่า แต่ถ้าสูบบ่อยกว่า รวมถึงเทคนิคการสูบที่หากสูบแบบอัด ก็ทำให้ได้รับปริมาณนิโคตินที่มากเท่ากับสูบบุหรี่ธรรมดาได้เช่นกัน ซึ่งนิโคตินคือสารให้ความสุขที่ทำให้เรา “เสพติด” สูบแล้วโล่ง สูบแล้วหายเครียด ทำให้เมื่อเราขาดหรือไม่สูบ จะเกิดอาการกระวนกระวาย และนำไปสู่การเสพติดที่สุดท้ายก็นำมาซึ่งโอกาสอันตรายได้ในอนาคต เพราะอย่างไรเสียนิโคตินก็เป็นสิ่งแปลกปลอมอยู่ดี

อันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้า (Electronic Cigarette) หรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า Vape คืออุปกรณ์ที่ใช้ในการสูบบุหรี่ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพื่อสร้างความร้อนและสร้างสารในไอระเหยที่ผู้ใช้สูบเข้าไปในปอด  ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นสินค้าผิดกฎหมาย มีความผิดทั้งผู้นำเข้า ผู้ขายและผู้ใช้

        ข่าวความเข้าใจผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า เช่น บุหรี่ไฟฟ้าไม่เป็นอันตราย  เป็นเครื่องมือช่วยเลิกบุหรี่ หรือบุหรี่ไฟฟ้าช่วยลดการเกิดโรคมะเร็ง  ทางกรมควบคุมโรคได้ยืนยันชัดเจนว่า บุหรี่ไฟฟ้าถือว่ามีอันตรายรุนแรงเทียบเท่ากับบุหรี่ธรรมดา  จากการวิจัยล่าสุดพบว่า “บุหรี่ไฟฟ้า” ทำลายดีเอ็นเอของเซลล์ในช่องปาก เพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง  สารเคมีในบุหรี่ไฟฟ้า เช่น นิโคติน ซิลิเกต และฟอร์มาลดีไฮด์ เป็นอันตรายและส่งผลกกระทบต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกายที่เราไม่ควรมองข้าม ได้แก่

        1. อันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้า ต่อระบบทางเดินหายใจ :

การสูบบุหรี่ไฟฟ้าอาจทำให้เกิดการระคายเคืองในทางเดินหายใจและเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โรคระบบเดินหายใจ เช่น โรคถุงลมอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) และภาวะหอบหืด

        2. อันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้า ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด :

การสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และความดันโลหิตสูง สารพิษที่มีอยู่ในบุหรี่ไฟฟ้าอาจทำให้เส้นเลือดตีบและเกิดการอุดตันภายในหลอดเลือด

        3. อันตรายต่อระบบทางเดินอาหาร :

สารเคมีในบุหรี่ไฟฟ้ามีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหาร ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน และระบบการย่อยอาหาร

        4. อันตรายต่อระบบประสาท :

การสูบบุหรี่ไฟฟ้าอาจส่งผลต่อระบบประสาทโดยเฉพาะการส่งสัญญาณประสาทภายในสมอง อาจทำให้เกิดอาการวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า มีความผิดปกติในการควบคุมการเคลื่อนไหว ปวดศีรษะ มึนงง

        5. อันตรายต่อระบบการทำงานของร่างกาย :

การสูบบุหรี่ไฟฟ้าอาจทำให้เกิดอาการเหนื่อยหอบ หายใจอ่อนแรง และความสามารถในการออกกำลังกายลดลง  ภูมิคุ้มลดลง ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคติดเชื้อ โรคต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

        บุหรี่ไฟฟ้าติดง่ายและเลิกยากกว่าการเลิกบุหรี่แบบธรรมดาเนื่องจากระดับสารนิโคตินที่สูงกว่า สามารถแต่งกลิ่นและปริมาณตามความพอใจทำให้ผู้สูบรู้สึกเพลิดเพลินกับภัยเงียบดังกล่าวโดยไม่รู้ตัว  ดังนั้นเพื่อหลีกเหลี่ยงความเสี่ยงผลกระทบจากการสูบบุหรี่ จึงควรสร้างทางเลือกใหม่ให้กับสุขภาพของคุณ นั่นคือ “การป้องกันดีกว่าการรักษา” วันนี้ยังไม่สายเกินไปใช่ไหมที่จะ “ลด ละ เลิกบุหรี่”  ร่วมกันรณรงค์สร้างผลดีให้กับตัวคุณและครอบครัว

1.นิโคตินเป็นสารเสพติด

นิโคติน ติดง่าย เลิกยาก  ส่วนที่มีการเปรียบเทียบว่า นิโคตินกับสารอื่นๆ อย่างคาเฟอีน ก็ไม่แตกต่าง แต่จริงๆ นิโคตินมีฤทธิ์เสพติดสูงกว่าคาเฟอีนหลายร้อยหลายพันเท่า และขึ้นสู่สมองเร็วมากในเวลาไม่เกิน 7 นาที ทำให้ติดง่าย เลิกยาก

“นิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้า มีสูงกว่าบุหรี่ธรรมดา  บางยี่ห้อในบุหรี่ไฟฟ้า 1 แท่ง มีนิโคตินสูงกว่าบุหรี่ธรรมดา 50 มวน อันตรายน้อยกว่าจึงไม่ใช่เรื่องจริง และหากอายุไม่ถึง 25 ปี สมองยังเติบโตพัฒนาได้ แต่หากมีสารพิษ สารเสพติดเข้าไปก็จะหยุดการเจริญเติบโต โดยนิโคตินจะไปทำลายกลไกตรงนี้ อีกทั้ง 7 ใน 10 คนจะเลิกไม่ได้ตลอดชีวิต” รศ.พญ.เริงฤดี กล่าว

2.บุหรี่ฟ้ายังมีสารเคมีอันตรายจำนวนมาก

ไม่ใช่แค่ไอน้ำธรรมดา แต่จะเป็นไอสเปรย์ที่เป็นสารเคมี โลหะหนัก รวมไปถึงPM2.5 หรือขนาดเล็กกว่านั้นก็จะอยู่ในบุหรี่ไฟฟ้าด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ บริษัทบอกว่าสารเคมีบางชนิดผสมอาหารได้ แต่จริงๆ ที่กินได้ แต่เอามาสูดดมไม่ใช่ว่าปลอดภัย อย่างสารทำป๊อปคอร์น ทำรสเนย กินได้ แต่เมื่อเอามาสูดเข้าปอด ทำให้ปอดอักเสบรุนแรงได้ เป็นมากๆ เสียชีวิตได้  สารเติมแต่งบางชนิดทานได้ แต่เมื่อนำมาสูดดม ยังไม่มีการรับรองว่าปลอดภัย

3.มีผลต่อปอดระยะสั้น รุนแรงกว่า

พบปัญหาโรคปอดอักเสบเฉียบพลันและไม่เคยสูบบุหรี่ธรรม และมีการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมีตัวอย่างในต่างประเทศ ทั้งนี้ ในประเทศไทยพบผู้ป่วยปอดอักเสบจากบุหรี่ไฟฟ้าเช่นกัน

หากคุณเคยคิดที่จะพยายามเลิกพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของคุณ คุณไม่ใช่คนเดียวที่คิดสิ่งนั้นอยู่ ยังมีผู้ที่สูบบุหรี่เกือบ 7 จาก 10 คน บอกว่าพวกเขาต้องการเลิกพฤติกรรมการสูบบุหรี่ เพราะการเลิกสูบบุหรี่อาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ในการทำเพื่อสุขภาพร่างกายของผู้สูบได้ การสูบ บุหรี่ไฟฟ้าอันตราย ต่อร่างกาย เกือบแทบจะทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นการสึกกร่อนของฟัน ลำคอ ปอด รวมถึงหัวใจของคุณด้วย เกือบหนึ่งในสามของการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจนั้นมาจากการสูบบุหรี่และได้รับควันมือสอง

            คุณอาจจะแก้ไขพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของคุณด้วยการหันไปใช้ บุหรี่ไฟฟ้า เพื่อลดหรือเลิกการสูบบุหรี่แบบดั้งเดิมของคุณ แต่การสูบ บุหรี่ไฟฟ้า หรือที่เรียกว่าการสูบไอระเหย ดีกว่าการสูบผลิตภัณฑ์ยาสูบจริงหรือไม่ บุหรี่ไฟฟ้าช่วยให้คุณเลิกสูบบุหรี่ได้จริงหรือ บุหรี่ไฟฟ้าอันตราย น้อยกว่าบุหรี่ทั่วไปจริงหรือไม่

1.บุหรี่ไฟฟ้าอันตราย น้อยกว่าแต่ก็ยังไม่ปลอดภัย

บุหรี่ไฟฟ้า ทำให้นิโคติน สารแต่งกลิ่นรส และสารเคมีอื่น ๆ ร้อนขึ้น เพื่อสร้างละอองหรือไอ เพื่อให้คุณสุดเข้าไป บุหรี่ทั่วไปประกอบด้วยสารเคมี 7,000 ชนิด ซึ่งหลายชนิดเป็นพิษ แม้ว่าเราจะไม่ทราบเป็นที่แน่ชัดว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีสารเคมีอะไรบ้าง หรือก่ออันตรายต่อร่างกายอย่างไร แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการสูบไอทำให้คุณได้รับสารเคมีที่เป็นพิษน้อยกว่าการสูบบุหรี่แบบดั้งเดิม

อย่างไรก็ตาม มีผู้คนที่เลือกสูบบุหรี่ไฟฟ้าได้รับบาดเจ็บที่ปอดและมีการเสียชีวิต กรณีเหล่านี้เกิดขึ้นในกลุ่มคนที่มีการดัดแปลงอุปกรณ์การสูบไอ หรือใช้ของเหลวที่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายที่ต่างออกไปจากอุปกรณ์ดังเดิม

2.การวิจัยชี้ให้เห็นว่าการสูบไอนั้น ไม่ดีต่อหัวใจและปอดของคุณ

นิโคติน เป็นสารหลักในบุหรี่ทั่วไป และ บุหรี่ไฟฟ้า และเป็นสารเสพติดอย่างมาก มันทำให้ คุณอยากสูบบุหรี่ และมีอาการถอน ถ้าคุณเพิกเฉย ต่อความอยากสูบบุหรี่ของคุณ นิโคตินเป็นสารพิษ มันเพิ่มความดันโลหิต และกระตุ้นอะดรีนาลีนของคุณ ซึ่งมันเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ของคุณด้วย คุณอาจมีโอกาส เกิดภาวะหัวใจวายได้

การสูบไอหรือบุหรี่ไฟฟ้าอันตราย หรือไม่ มีความรู้มากมายเกี่ยวกับการสูบไอ รวมถึงสารเคมีที่ก่อให้เกิดไอระเหย ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายในระยะยาว การสำรวจและการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการสูบไอมีการเชื่อมโยงกับโรคปอดเรื้อรัง โรคหืดหอบ ตลอดจนโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด คุณกำลังสัมผัสกับสารเคมีทุกชนิดที่เรายังไม่เข้าใจและอาจะไม่ปลอดภัยอยู่

3.บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งเสพติด เช่นเดียวกับบุหรี่แบบดั้งเดิม

            ทั้งบุหรี่ไฟฟ้า (สูบไอ) และบุหรี่ทั่วไป (สูบควัน) ต่างมีสานิโคตินเหมือนกัน ซึ่งงานวิจัยชื้อว่าอาจะทำให้เสพติดพอ ๆ กันกับเฮโรอีนและโคเคน ที่แย่กว่านั้น ผู้วิจัยกล่าวว่า ผู้ที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมากได้รับนิโคตินมากกว่าที่พวกเขาจะได้รับจากผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ติดไฟได้ เพราะผู้ใช้สามารถซื้อน้ำยาที่มีส่วนผสมของนิโคตินที่เข้มข้นมากกว่า หรือเพิ่มแรงดันของบุหรี่ไฟฟ้าให้การตีสารมีประสิทธิภาพที่มากขึ้นได้

4.บุหรี่ไฟฟ้า ไม่ใช่เครื่องมือช่วยเลิกบุหรี่ที่ดีที่สุด

แม้ว่า บุหรี่ไฟฟ้าจะถูกพูดถึงในแง่ของการช่วยเรื่องการลด ละ เลิกการสูบบุหรี่แบบทั่วไป ที่มีผลข้างเคียง ของโรคที่รุนแรง แต่บุหรี่ไฟฟ้า ก็ยังไม่ได้ถูกรับรองให้เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเรื่องการสูบบุหรี่ที่ดี ที่สุด การศึกษาเร็ว ๆ นี้ ค้นพบว่าคนส่วนใหญ่ที่ตั้งใจจะใช้บุหรี่ไฟฟ้า เพื่อลดนิสัยการติดนิโคติน ลงเอยด้วยการใช้บุหรี่แบบดั้งเดิม และบุหรี่ไฟฟ้าต่อไป ฉะนั้น บุหรี่ไฟฟ้าอันตราย น้อยกว่าจริงหรือ ในเมื่อคุณยังคงรับนิโคตินจากทั้ง 2 รูปแบบ

5.คนรุ่นใหม่ติดนิโคตินมากขึ้น

ในปัจจุบัน บุหรี่ไฟฟ้า นั้นถูกผลิตออกมาอย่างแพร่หลาย และถูกพัฒนาให้มีการใช้งานที่ง่ายขึ้น มีการเข้าถึงได้มากขึ้น ในหมู่ของเยาวชน บุหรี่ไฟฟ้า ถือว่าเป็นที่นิยมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น บุหรี่ไฟฟ้า แบบ Pod หรือ บุหรี่ไฟฟ้าใช้แล้วทิ้ง แถมยังเป็นที่นิยมกว่าการสูบบุหรี่แบบดั้งเดิม จากการสำรวจมีเยาวชนจำนวนมากสามารถเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้มากขึ้น

จากข้อมูลที่หลากหลายมีเหตุผล 2 ประการที่ทำให้เยาวชนหันมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นพิเศษคือ ประการแรก เยาวชนหลายคนคิดว่า การสูบ พอตไฟฟ้า อันตราย น้อยกว่าการสูบบุหรี่ ประการที่สอง บุหรี่ไฟฟ้ามีต้นทุนต่อการใช้งานต่ำกว่าบุหรี่ทั่วไป และทำให้ในที่สุดการขาดควัน (เปลี่ยนเป็นไอ) นั้นเป็นสิ่งดึงดูดใจ บุหรี่ไฟฟ้านั้นไม่มีกลิ่น ช่วยลดภาพลักษณ์ที่ดูแย่ของการสูบบุหรี่

และสิ่งที่ค้นพบมากที่สุดเกี่ยวกับอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้า คือคนที่ไม่เคยสูบบุหรี่เลย โดยเฉพาะเยาวชน การสูบ บุหรี่ไฟฟ้า เพื่อลด ละ เลิกการสูบบุหรี่แบบดั้งเดิมนั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่การเริ่มใช้นิโคตินด้วยการสูบไอเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าเป็นห่วง เพราะดูจะผิดจุดประสงค์ของ บุหรี่ไฟฟ้าที่พยายามบอกว่า ตัวผลิตภัณฑ์นั้นถูกผลิตออกมาเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องการลด ละ เลิกการสูบบุหรี่ และการเริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าหรือสูบไอ อาจจะนำไปซึ่งการเสพติดนิโคตินและสุดท้ายจึงนำผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่แบบดั้งเดิมไปสู่การใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบดั้งเดิมทั่วไปตามท้องถนน

            จากที่ได้ 5 เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ พอตบุหรี่ไฟฟ้าไปแล้ว คุณมีความคิดเห็นว่าอย่างไรบ้าง พอตไฟฟ้า ที่ถูกผลิตออกมาเพื่อช่วยลดการสูบบุหรี่แบบดั้งเดิมนั้นดีจริงหรือไม่ บุหรี่ไฟฟ้า อันตรายน้อยกว่า และทำร้ายอวัยวะของคุณน้อยกว่าการสูบบุหรี่แบบดั้งเดิมหรือไม่ บทความต่อไป เราจะพาทุกท่านไปพบกับ ที่มาของ บุหรี่ไฟฟ้า

✅ สั่งสินค้าผ่าน LINE Official Account : คลิก! สั่งด่วน ส่งไว คลิกชม หน้าสินค้า แล้วทักได้เลยนะคะ แอดมินพร้อมตอบ 24 ชม. ค่ะ

สนใจ/ขอรายละเอียด